การสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้เริ่มจากการสร้าง “คน” ที่มองเห็นปัญหา เข้าใจศักยภาพของชุมชน และนำความรู้มาพัฒนาสิ่งรอบตัวให้ดีขึ้น นี่คือหัวใจของ “ครูนวัตกร” ผู้เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เข้ากับการเรียนรู้และการดำรงชีวิตของประชาชน
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน MHESI Innovative Teacher Awards 2026: ครูนวัตกร ผู้ขับเคลื่อนพื้นที่ชุมชนสู่เมืองนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ ระหว่างวันที่ 26–27 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมกราฟ กรุงเทพฯ ภายใต้โครงการพัฒนายกระดับครูกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สู่ครูนวัตกร เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมีผู้บริหารจากกระทรวง อว. กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และภาคีเครือข่ายร่วมกำหนดทิศทางและขยายผลสู่ระดับพื้นที่
ผนึกกำลัง อว.–ศธ. เปลี่ยนความรู้ให้เกิดผลจริง
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เน้นบทบาทครู สกร. ในการขยายโอกาสการเรียนรู้ให้ทั่วถึงทุกช่วงวัย และการนำองค์ความรู้ไปใช้ในพื้นที่จริง โดยเชื่อมมหาวิทยาลัย คลินิกเทคโนโลยี ครู สกร. และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนจาก Local สู่ Global
นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง อว. กล่าวว่า หัวใจของการพัฒนาคือการสร้างคนที่คิดริเริ่ม ตั้งคำถาม และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้เอง โดยเฉพาะในยุค AI ที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นสิ่งจำเป็น “ครูนวัตกร” จึงเปรียบเสมือน “นักวิจัยประจำชุมชน” ที่ค้นหาโจทย์ เชื่อมองค์ความรู้ และประสานมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์ให้เป็นพี่เลี้ยง เพื่อลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนนอกระบบการศึกษากลับมาเรียนรู้และเป็นผู้ประกอบการในชุมชน
หลักคิดสำคัญ 3 ประการ คือ สร้างคนให้คิดเป็นและมองเห็นโอกาส สร้างพื้นที่ทดลองและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง โดยวัดความสำเร็จจากการนำความรู้ไปแก้ปัญหา สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง ไม่ใช่จำนวนผู้ผ่านการอบรม
ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ แสดงความยินดีกับ 25 ผลงานที่เข้ารอบสุดท้าย และย้ำบทบาทครู สกร. ในฐานะ “สะพานเชื่อม” ระหว่างองค์ความรู้กับชีวิตจริง โดยผสานวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายใต้แนวคิดการเรียนรู้ 2 มิติ คือ แกน Y “Learn to Earn” เรียนรู้เพื่อสร้างมูลค่าและรายได้ และแกน X เชื่อมบริบทพื้นที่ ภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน และประสบการณ์จริงเข้ากับการเรียนรู้ ทั้งนี้ สกร. จะขยายผลด้วย “คลังบุคลากร” วิทยากรตัวคูณ (Trainer) ครอบคลุมทุกภูมิภาค และเชื่อมผลงานนวัตกรรมกับระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank)
นายนิคม ปัญญาทวีกิจไพศาล ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้อธิบายถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ในการพัฒนาหลักสูตรครูนวัตกรด้วยกระบวนการ STEAM4INNOVATOR เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม การวิเคราะห์ปัญหา และการออกแบบแนวทางพัฒนาที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาศักยภาพเป็นลำดับขั้น ตั้งแต่การสร้างพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรม ไปจนถึงการพัฒนาแนวคิดสู่โครงการนำร่อง ได้แก่
General Program ทักษะนวัตกรเบื้องต้นในยุค AI: ผ่านการอบรม 13,222 คน
Basic Program พื้นฐานกระบวนการพัฒนานวัตกรรม: 896 คน
Intensive Program สำรวจบริบทพื้นที่ ค้นหาความท้าทายและโอกาส: 740 คน
Special Program ต่อยอดแนวคิดสู่โครงการนำร่อง: เกิด 106 ข้อเสนอนวัตกรรม
การพัฒนาดังกล่าวมีศูนย์สร้างนวัตกรภูมิภาค (Virtual Node) จำนวน 5 แห่ง ทำหน้าที่เป็นกลไกประสานความร่วมมือและเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่พื้นที่ได้แก่ ภาคเหนือ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคกลาง โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ภาคตะวันออก โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และภาคใต้ โดยมหาวิทยาลัยทักษิณ
เป้าหมายคือการขยายผลสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ 4 รูปแบบ ได้แก่ Learning Village, Innovation City, Green City และ Economy City ภายในงานมีการมอบประกาศนียบัตร Innovation City & Learning Village 2026 แก่ 13 เมือง โดย 5 เมืองได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ ส่วนเวที Idea Innovation Pitching มอบรางวัลแก่ 5 โครงการนำร่อง ซึ่งจะได้รับงบสนับสนุนต่อยอดในปี 2570
ชนะเลิศ: นวัตกรรมรักษ์โลกจากวัชพืชไร้ค่า ผักตบชวาสู่มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (พระนครศรีอยุธยา)
รองชนะเลิศอันดับ 1: NARA TO (Tea Cube) ชาก้อนพร้อมชงเพื่อสร้างอาชีพ (นราธิวาส)
รองชนะเลิศอันดับ 2: BORO STYLE “ทุกรอยปะมีเรื่องราว” เพิ่มมูลค่าเศษผ้าพื้นเมือง (สกลนคร)
ชมเชย: “ดอยยาวสคูล” ผ้าทอกะเหรี่ยงลายจกดอยยาว (ลำพูน)
ชมเชย: เซียนสวนมะม่วง ECO-MANGO บอร์ดเกมเรียนรู้ระบบนิเวศสวนมะม่วงบางคล้า (ฉะเชิงเทรา)
งานนี้ไม่ใช่เพียงเวทีประกวด แต่เป็นพื้นที่แสดงความร่วมมือของ อว. ศธ. สกร. มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย ในการเชื่อมการพัฒนาคนเข้ากับการพัฒนาพื้นที่ บทบาทของครูนวัตกรคือทำให้ความรู้ออกจากห้องเรียนไปพบปัญหาจริง ให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเติบโต และให้ประชาชนเห็นศักยภาพของตนเอง เพราะการพัฒนาที่แท้จริงวัดจากความเปลี่ยนแปลงหลังการถ่ายทอด เมื่อคนในชุมชนนำความรู้ไปแก้ปัญหา สร้างรายได้ และร่วมออกแบบอนาคตของพื้นที่ตนเอง








